top of page

PDN

ผู้ต้องสงสัยชาวอินโดนีเซียในคดีฉ้อโกงเงินดิจิทัลหลอกลวงมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกจับกุมแล้วที่ภูเก็ต

  • 26 เม.ย.
  • ยาว 1 นาที

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทย ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศ ได้ควบคุมตัวพลเมืองชาวอินโดนีเซีย อายุ 33 ปี ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในแผนการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัลขนาดใหญ่


ชายคนดังกล่าว ซึ่งรู้จักกันในชื่อ วิลเลียม (นามสมมติ) ถูกพบตัวที่รีสอร์ตหรูแห่งหนึ่งในภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 เมษายน เวลาประมาณ 14.00 น. หลังจากตรวจสอบเอกสารแล้ว ตำรวจได้ระบุตัวตนและควบคุมตัวเขาไว้เพื่อสืบสวนสอบสวนต่อไป



จากข้อมูลของพนักงานสอบสวน ผู้ต้องสงสัยเข้าประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายภายใต้ระบบยกเว้นวีซ่า อย่างไรก็ตาม การกระทำของเขาเป็นการละเมิดมาตรา 12(7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองของไทย ซึ่งห้ามบุคคลที่เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยเข้าประเทศ ด้วยเหตุนี้ ใบอนุญาตพำนักของเขาจึงถูกเพิกถอน


เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่าระหว่างปี 2022 ถึง 2026 วิลเลียมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่จัดตั้งแผนการฉ้อโกงแบบ "ไฮบริด" ซึ่งผสมผสานการหลอกลวงทางความรักและการหลอกลวงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล


ตามข้อมูลของตำรวจ สมาชิกในกลุ่มใช้แบบจำลองในการสนทนาทางวิดีโอกับเหยื่อ สร้างภาพลวงตาของความสัมพันธ์โรแมนติกที่แท้จริงและสร้างความไว้วางใจ


เมื่อติดต่อกับเหยื่อได้แล้ว พวกเขาจะถูกชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มการซื้อขายปลอม โดยจะเห็นรายงานผลกำไรปลอม ซึ่งเป็นการล่อลวงให้ลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ


เจ้าหน้าที่สืบสวนประเมินว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อทั่วโลก โดยในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมีมูลค่าความเสียหายเกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตำรวจไทยระบุว่ากลโกงลักษณะนี้กำลังแพร่หลายมากขึ้น และมีการใช้ช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่แอปหาคู่ไปจนถึงโซเชียลมีเดียและแอปส่งข้อความ


หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ

ความคิดเห็น


bottom of page