นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียได้รับเงินคืนหลังจากถูกคิดค่าแท็กซี่เกินราคาในภูเก็ต
นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียได้รับเงินคืนหลังจากที่คนขับแท็กซี่ในภูเก็ตถูกกล่าวหาว่าคิดค่าโดยสารสูงถึง 3,500 บาท สำหรับการเดินทางที่ควรมีราคาเพียงประมาณ 800 บาท เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ประชาชนชาวไทย ซึ่งตั้งคำถามว่าการคืนเงินส่วนที่คิดเกินมานั้นเพียงพอแล้วหรือไม่สำหรับการจัดการกับการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายดังกล่าว

สำนักข่าวท้องถิ่นหลายแห่งได้รายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่านักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียวัย 26 ปีรายหนึ่งเดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรกผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
เมื่อมาถึงสนามบิน นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้แจ้งกับคนขับรถแท็กซี่ชาวไทยว่าต้องการเดินทางไปยังซอยตาเอียด ในพื้นที่ตำบลฉลอง ซึ่งคนขับรถได้เสนอราคาค่าโดยสารอยู่ที่ 3,500 บาท

ตามรายงานข่าวระบุว่า เขาโน้มน้าวให้นักท่องเที่ยวตกลงยอมรับราคาดังกล่าวโดยอ้างว่ารถของเขาเป็นคันสุดท้ายที่เหลืออยู่ที่สนามบิน และหากนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียรายนี้ปฏิเสธ ก็จะไม่สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้
เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ภูเก็ต นักท่องเที่ยวจึงตกลงใช้บริการ แต่ต่อมาเขาได้รับทราบจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ว่าตนได้จ่ายเงินไปในราคาที่สูงกว่าอัตราปกติมาก
ระยะทางจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตไปยังซอยตาเอียดอยู่ที่ประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งมีรายงานว่าค่าโดยสารตามมาตรฐานสำหรับการเดินทางในระยะทางดังกล่าวอยู่ที่ต่ำกว่า 1,000 บาท
เมื่อวันที่ 14 กันยายน คนขับรถรายดังกล่าวถูกเรียกตัวมายังสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ในระหว่างการพูดคุย เขาได้กล่าวขอโทษนักท่องเที่ยวและคืนเงินส่วนต่างระหว่างยอดที่เรียกเก็บไปกับอัตราค่าโดยสารที่เขายอมรับว่าเป็นราคาที่ถูกต้อง

คนขับรถระบุว่าค่าโดยสารที่แท้จริงอยู่ที่ 800 บาท ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียได้รับเงินคืนจำนวน 2,700 บาท โดยนักท่องเที่ยวรายนี้ยอมรับคำขอโทษและตกลงที่จะถอนเรื่องร้องเรียนที่ได้ยื่นไว้
อย่างไรก็ตาม การยุติเรื่องในลักษณะนี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งชาวไทยและผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยบางส่วนตั้งคำถามว่าเหตุใดการคืนเงินจึงถือว่าเพียงพอต่อการปิดคดี ทั้งที่การกระทำของคนขับรถอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีความเห็นที่มองว่า หากเรื่องราวนี้ไม่กลายเป็นกระแสโด่งดังในโซเชียลมีเดีย คนขับรถก็อาจจะไม่ยอมคืนเงินส่วนเกินดังกล่าว
ณ วันที่ 14 กันยายน สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตยังไม่มีการประกาศว่าคนขับรถรายนี้จะต้องเผชิญกับบทลงโทษเพิ่มเติมหรือผลทางกฎหมายอื่นใดอีกหรือไม่



ความคิดเห็น