ตำรวจเกาะสมุย กวาดล้างการถือครองทรัพย์สินโดยใช้ชื่อผู้อื่น จับกุมผู้ต้องสงสัย 88 ราย และยึดทรัพย์สินมูลค่า 1.5 พันล้านบาท
ตำรวจไทยได้ขยายการสอบสวนโครงสร้างธุรกิจตัวแทนที่ต้องสงสัยในเกาะสมุย โดยพบว่ามีบริษัทหลายสิบแห่งที่ต้องสงสัยว่าช่วยเหลือนักลงทุนต่างชาติในการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการถือครองกรรมสิทธิ์ภายใต้กฎหมายไทย

ปฏิบัติการขนาดใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม โดยมีพลตำรวจตรี สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการค้นหาอย่างเป็นระบบทั่วเกาะ ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหาหลายรายและยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุบริษัท 61 แห่งที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทตัวแทน ตามข้อมูลของตำรวจ บริษัทเหล่านี้เชื่อมโยงกับการเป็นเจ้าของหรือควบคุมที่ดิน 42 แปลง และทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์รวมกว่า 33 ไร่ มูลค่ารวมของทรัพย์สินเหล่านี้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท

เจ้าหน้าที่ระบุว่าปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นในการทำลายเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าเอื้อให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจและได้มาซึ่งทรัพย์สินผ่านตัวแทนชาวไทย ซึ่งเป็นการละเมิดกฎระเบียบที่มีอยู่
จนถึงปัจจุบัน ทางการได้เปิดคดีแยกต่างหาก 60 คดี โดยมีผู้ต้องสงสัย 88 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวไทย 26 คน และชาวต่างชาติ 62 คน ศาลได้อนุมัติหมายค้น 37 ฉบับ และหมายจับ 62 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน

ในการปฏิบัติการครั้งล่าสุด ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 27 ราย และยึดของกลางจำนวนมาก รวมถึงเอกสารทางธุรกิจ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และบันทึกดิจิทัลต่างๆ เจ้าหน้าที่สืบสวนจะใช้หลักฐานเหล่านี้ในการติดตามธุรกรรมทางการเงินและตรวจสอบความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นกับเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศที่กว้างขึ้น
ตำรวจกล่าวว่าการสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ และอาจมีการจับกุมเพิ่มเติมอีก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงวิเคราะห์ของกลางและข้อมูลทางการเงินที่ยึดมาได้



ความคิดเห็น