มีการเปิดโปงการซื้อขายที่ดินมูลค่า 231 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของปลอมในจังหวัดภูเก็ต
- 21 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
ทางการภูเก็ตได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการใช้บริษัทปลอมเพื่อซื้อที่ดินโดยชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย การสืบสวนขนาดใหญ่พบว่าที่ดินมูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท ได้มาโดยฝ่าฝืนประมวลกฎหมายที่ดินของไทย

ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของระยะที่สามของโครงการปราบปรามบริษัทเปลือกนอกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา เป้าหมายหลักคือการระบุบริษัทที่อาจใช้พลเมืองไทยเป็นตัวแทนเพื่อปกปิดการควบคุมที่ดินและทรัพย์สินเชิงพาณิชย์โดยชาวต่างชาติ
การสืบสวนแบ่งการกระทำผิดที่พบออกเป็นสองประเภท
กรณีแรกเกี่ยวข้องกับบริษัท 10 แห่งที่ต้องสงสัยว่าใช้บริษัทเปลือกนอกในการดำเนินธุรกิจ โดยเชื่อมโยงกับที่ดิน 4 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 3,450 ตารางเมตร มูลค่าเบื้องต้น 116 ล้านบาท
ในกรณีนี้ ศาลได้ออกหมายจับ 13 หมาย สำหรับชาวต่างชาติ 12 คน จนถึงขณะนี้ มีการดำเนินการตามหมายจับแล้ว 10 หมาย และจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 คน ได้แก่ พลเมืองอิสราเอล 5 คน พลเมืองฝรั่งเศส 2 คน พลเมืองเนเธอร์แลนด์ 1 คน และพลเมืองรัสเซีย 1 คน
กลุ่มที่สองประกอบด้วยบริษัท 39 แห่ง ซึ่งตามข้อมูลของพนักงานสอบสวน ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 50% ในการสอบสวนครั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่ดิน 52 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 20,250 ตารางเมตร มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท นอกจากนี้ ศาลยังอนุญาตให้ค้นอีก 29 จุด เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ
โดยรวมแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่ดิน 56 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 24,700 ตารางเมตร มูลค่ารวมประมาณ 231 ล้านบาท
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการสืบสวนคือ กิจกรรมของเครือข่ายบริษัท G-Mat
ตามข้อมูลของผู้สืบสวน บริษัท G-Mat บริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท คอนโดมิเนียม และธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์ บริษัท Aba ดำเนินธุรกิจร้านอาหารและร้านจำหน่ายกัญชา และบริษัท Fitness บริหารจัดการศูนย์ออกกำลังกายและโรงยิม

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังคงรวบรวมหลักฐานและตั้งใจที่จะดำเนินคดีกับบุคคลและบริษัททั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายกรรมสิทธิ์ที่ดินของไทยและการใช้โครงสร้างตัวแทน



ความคิดเห็น