กล้อง AI ช่วยตำรวจภูเก็ตจับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่อยู่เกินกำหนดวีซ่า
- 31 มี.ค.
- ยาว 1 นาที
ตำรวจท่องเที่ยวในภูเก็ตได้จับกุมชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งที่อยู่เกินกำหนดวีซ่า โดยใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อระบุการกระทำผิด

การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม บนถนนบางลา อำเภอป่าตอง เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชายอายุ 27 ปีรายนี้พำนักอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด 42 วัน
ตำรวจรายงานว่า ตรวจพบผู้ต้องสงสัยผ่านกล้อง AI แบบพกพาที่ติดตั้งบนรถสายตรวจ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุประเภทของรถที่ใช้แน่ชัด แต่ระบบที่คล้ายกันนี้ในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มักติดตั้งบนรถตรวจคนเข้าเมืองหรือรถตำรวจเพื่อสแกนใบหน้าแบบเรียลไทม์

คดีนี้ได้รับการอธิบายว่าเป็นปฏิบัติการสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยีการเฝ้าระวังสมัยใหม่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการจับกุมครั้งแรกๆ ที่มีการรายงานต่อสาธารณะในภูเก็ตซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบจดจำใบหน้าเคลื่อนที่ดังกล่าว
ภายใต้นโยบาย “คนดีเข้า คนไม่ดีออก” ของประเทศไทย พลเมืองชาวฝรั่งเศสรายนี้กำลังเผชิญกับผลกระทบร้ายแรง นอกเหนือจากค่าปรับสูงสุด 20,000 บาทแล้ว คาดว่าจะถูกเนรเทศและห้ามกลับเข้าประเทศเป็นเวลา 5 ปี

ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว การดำเนินการทางกฎหมายกำลังดำเนินอยู่ตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของไทย ซึ่งถือว่าการอยู่เกินกำหนดวีซ่าเป็นความผิดทางอาญา



ความคิดเห็น